[สารบัญ][ประวัติความเป็นมา][ที่ตั้งและอาณาเขต][การปกครองและประชากร][ลักษณะภูมิประเทศภูมิอากาศ][อณุหภูมิ][ทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งน้ำ][สภาพทางเศรษฐกิจ][การคมนาคม และการขนส่ง] [การสาธารณูปโภค][การศึกษา และการสาธารณสุข][การศาสนา และวัฒนธรรม] [โบราณสถานและสถานที่ท่องเที่ยว][สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ]
ประวัติความเป็นมา
จังหวัดนครราชสีมา
เป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่งในอาณาจักรไทย แต่เดิมตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอสูงเนินห่างจากตัวเมืองปัจจุบันประมาณ
31 กิโลเมตร เรียกว่า เมืองโคราฆะปุระ หรือโคราชกับเมืองเสมา ซึ่งทั้ง 2 เมืองเคยเจริญรุ่งเรืองในสมัยขอม
แต่ปัจจุบันเป็นเมืองร้าง ตั้งอยู่ริมฝั่งลำตะคอง
สมัยอยุธยา
พ.ศ. 2199 - 2231 สมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดให้สร้างเมือง โดยเอาเมืองเสมา กับเมืองโคราฆะปุระมาผูกเป็นนามเมืองใหม่
เรียกว่า เมืองนครราชสีมา แต่คนทั่วไปเรียกว่า เมืองโคราช ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นเมืองชั้นนอก ผู้สำเร็จราชการเมืองมียศเป็น
เจ้าพระยา เจ้าพระยานครราชสีมาคนแรกชื่อ ปิ่น ณ ราชสีมา และในรัชกาลนี้เมืองนครราชสีมาได้นำช้างเผือก
2 เชือก ขึ้นน้อมเกล้าถวายด้วย ต่อในสมัยรัชกาลที่ 3 เจ้าอนุวงศ์
ผู้ครองเมืองเวียงจันทน์ก่อการกบฎ ยกกองทัพมาตีเมืองนครราชสีมาและกวาดต้อนพลเมืองไปเป็นเชลย
คุณหญิงโม ภรรยาพระยาสุริยเดชวิเศษทศพิศวิชัย ผู้รักษาเมือง แกล้งทำกลัวเกรงและประจบเอาใจทหารลาว
เมื่อถูกกวาดต้อนมาถึงทุ่งสัมฤทธิ์ในเขตอำเภอพิมาย ก็หยุดพักกลางทางพอได้โอกาส คุณหญิงโมก็จัดกองทัพ
โจมตีกองทัพเวียงจันทน์แตกพ่ายไป วีรกรรมที่คุณหญิงโม ได้ประกอบขึ้น
รัชกาลที่ 3 จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโมดำรงฐานันดรศักดิ์เป็น ท้าวสุรนารี
ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯให้รวบรวมหัวเมืองในเขตที่ราบสูง โดยให้นครราชสีมา
เป็นที่ว่าการมณฑลลาวกลาง ในปี พ.ศ. 2434 (ร.ศ. 110)
กลับขึ้นไปเลือกหัวข้อใหม่
ที่ตั้งและอาณาเขต
จังหวัดนครราชสีมา
ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บนที่ราบสูงโคราช ระหว่างเส้นรุ้งที่ 14 -16 องศาเหนือ และเส้นทางที่
101 -103 องศาตะวันออก ตัวจังหวัดอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร โดยทางรถยนต์ เป็นระยะทาง
255 กิโลเมตร และโดยทางรถไฟ เป็นระยะทาง 264 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 20,493.96
ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 12,808,728 ไร่ เท่ากับร้อยละ 12.12 ของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ขนาดของพื้นที่เป็นอันดับที่ 1 ของภาค มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดอื่น ดังนี้
ทิศเหนือ
ติดจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดขอนแก่น
ทิศตะวันออก ติดจังหวัดบุรีรัมย์
ทิศใต้
ติดจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดนครนายก
ทิศตะวันตก ติดจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดสระบุรี
และจังหวัดลพบุรี
กลับขึ้นไปเลือกหัวข้อใหม่
การáºè§à¢µ¡ÒÃปกครองเป็น 26 อำเภอ 6 กิ่งอำเภอ 287 ตำบล 3,528 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอแก้งสนามนาง อำเภอขามทะเลสอ อำเภอขามสะแกแสง อำเภอคง อำเภอครบุรี อำเภอจักราช อำเภอโชคชัย อำเภอชุมพวง อำเภอด่านขุนทด อำเภอโนนแดง อำเภอโนนไทย อำเภอโนนสูง อำเภอหนองบุนนาก อำเภอบ้านเหลื่อม อำเภอบัวใหญ่ อำเภอปากช่อง อำเภอปักธงชัย อำเภอประทาย อำเภอพิมาย อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน อำเภอเสิงสาง กิ่งอำเภอลำทะเมนชัย อำเภอห้วยแถลง อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอเฉลิมพระเกียรติ กิ่งอำเภอเมืองยาง กิ่งอำเภอเทพารักษ์ กิ่งอำเภอพระทองคำ กิ่งอำเภอบัวลาย และกิ่งอำเภอสีดา
หน่วยราชการบริหารส่วนกลางในจังหวัดมีทั้งสิ้น 196 หน่วยงาน หน่วยราชการบริหารส่วนภูมิภาคมีทั้งสิ้น 42 หน่วยงาน หน่วยงานราชการบริหารส่วนท้องถิ่น จำนวน 334 หน่วยงาน คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลตำบล 45 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 287 แห่ง
จังหวัดนครราชสีมามีประชากร มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และเป็นอับดับ 1 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปี พ.ศ.2545 มีประชากรทั้งสิ้น 2,565,685 คน เป็นชาย 1,272,823 คน เป็นหญิง 1,292,862 คน คิดเป็นชายร้อยละ 49.0 เป็นหญิงร้อยละ 51.0 อำเภอที่มีประชากรมากที่สุด ได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา รองลงมาคือ อำเภอปากช่อง อำเภอที่ประชากรน้อยที่สุด ได้แก่ อำเภอบ้านเหลื่อม ความหนาแน่นของประชากร 125.19 คน ต่อตารางกิโลเมตร พื้นที่ที่มีความหนาแน่นของ ประชากรมากที่สุด คือ ในเขตเทศบาล 6,461.76 คน ต่อตารางกิโลเมตร และนอกเขตเทศบาล 101.61 คน ต่อตารางกิโลเมตร อำเภอเมือง มีประชากรหนาแน่นมากที่สุด 575.13 คน ต่อตารางกิโลเมตร รองลงมา อำเภอแก้งสนามนาง 353.77 คนต่อตารางกิโลเมตร อำเภอที่มีความหนาแน่นน้อยที่สุด ได้แก่ อำเภอจักราช 15.38 คนต่อตารางกิโลเมตร
สภาพภูมิประเทศ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ระหว่าง 150 - 300 เมตร มีเทือกเขาสันกำแพงและเทือกเขาพนมดงรักเป็นแนวยาวทาง ด้านทิศใต้ และทิศตะวันตก ส่วนบริเวณตอนล่างค่อนไปทางเหนือและตะวันออกเป็นที่ราบลุ่ม ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคมฝนตกชุกในราวเดือนสิงหาคม เดือนตุลาคม เป็นช่วงที่ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็นลมร้อนที่พัดมาจากมหาสมุทรอินเดีย มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 840.0 มม. จำนวน วันที่ฝนตก 101 วัน ปริมาณฝนตกมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม วัดได้ถึง 227.0 มม. จำนวนฝนที่ตก 16 วัน ปริมาณฝนที่ตกน้อยที่สุด ในเดือนมกราคม ปริมาณ ฝนวัดได้ 0.1 มม. สำหรับในเดือนธันวาคมไม่มีฝนตกเลย ดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม  ระยะนี้ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นลมหนาวพัดมาจาก ประเทศจีน ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม
จังหวัดนครราชสีมา มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีสูงสุดประมาณ 36.2 องศาเซลเซียสและต่ำสุด 20.2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายน ประมาณ 40.9 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ ต่ำสุดในเดือนธันวาคม ประมาณ 14.1 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ทั้งปี เฉลี่ยต่ำสุด ประมาณ 22.6 % เฉลี่ยสูงสุดประมาณ 33.3 %
จังหวัดนครราชสีมามีแร่ธาตุหลายชนิด
ที่มีการสำรวจพบ ได้แก่ เกลือหิน โปรแตส ทองแดง ยิปซั่ม ลิกไนท์ ดินเหนียวแดง พื้นที่ป่าไม้
จากการแปรสภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2542 พบว่า จังหวัดนครราชสีมา
มีพื้นที่ป่าไม้ที่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เหลือเพียง 1,389,187 ไร่
คิดเป็นร้อยละ 10.8 ของพื้นที่จังหวัด ปัจจุบันการจัดพื้นที่ป่าไม้ได้ยึดแนวทางตามมติคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 10 และ 17 มีนาคม พ.ศ. 2535 ซึ่งได้จำแนกตามเขต การใช้ประโยชน์ทรัพยากรและที่ดินป่าไม้
(Zoning) โดยแบ่งพื้นที่ป่าไม้ของจังหวัดนครราชสีมาออกเป็น 3 เขต คือ เขตพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์
(Zone C) เนื้อที่ 2,301,310.75 ไร่ เขตพื้นที่ป่าเพื่อเศรษฐกิจ (Zone E) เนื้อที่
3,294,683.50 ไร่ เขตพื้นที่ ป่าที่เหมาะสมต่อการเกษตร (Zone A) เนื้อที่ 91,012
ไร่ และนำมาไปปฏิรูปแก่เกษตรกร ซึ่งเป็นพื้นที่ ส.ป.ก พื้นที่ป่าไม้ ตามมติคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2540 ได้แบ่งประเภทป่า ดังน ี้ ประเภทป่าไม้ถาวร
จำนวน 3 ป่า เนื้อที่ประมาณ 32,879 ไร่ ประเภทป่าสงวนแห่งชาติ
จำนวน 29 ป่า เนื้อที่ประมาณ 4,864,238.50 ไร่ (หักพื้นที่อุทยานทัพลานจำนวน
64,250 ไร่) คงเหลือ เนื้อที่ประมาณ 4,217,988.50 ไร่ ประเภทป่าอนุรักษ์ตามมติคณะรัฐมนตรี
จำนวน 13 ป่า เนื้อที่ประมาณ 928,967.75 ไร่ ประเภทป่า ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมาย จำนวน
2 ป่า เนื้อที่ประมาณ 2,301,310.75 ไร่ ประเภทป่าพื้นที่สงวนป่าของรัฐ จำนวน 25
ป่า เนื้อที่ประมาณ 153,589.03 ไร่ไม้ที่มีค่าส่วนใหญ เป็นไม้เบญจพรรณ เช่น ไม้ประดู่
ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้ตะเคียน ไม้ยาง และไม้พวง เป็นต้น
จังหวัดนครราชสีมา
มีภูเขาที่สำคัญ ได้แก่ เขาเขียว เขากบินทร์ เขาบรรทัด เขาสันกำแพง เขาดงพญาเย็น
เขาดงพญาไฟ และเขาใหญ่ สภาพแหล่งน้ำมีทั้งแหล่งน้ำ
ธรรมชาติที่สำคัญมี 9 ลุ่มน้ำ ได้แก่ ลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำลำมาศตอนปลาย
ลุ่มน้ำลำมาศตอนต้น ลุ่มน้ำจักราช ลุ่มน้ำลำมูลบน - ลำพระเพลิง
ลุ่มน้ำลำตะคอง ลุ่มน้ำเชียงไกร ลุ่มน้ำลำสะแทด ลุ่มน้ำชี จังหวัดนครราชสีมา มีอ่างเก็บน้ำที่สำคัญ ๆ ดังต่อไปน ี้
อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่
1. อ่างเก็บน้ำลำตะลอง
ที่ตั้ง ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว ความจุ 323.95 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ชลประทาน
127,540 ไร่
2. อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง - ลำสำลาย ที่ตั้ง ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย
ความจุ 149.80 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ชลประทาน 84,960 ไร่
3. อ่างเก็บน้ำมูลบน - ลำแซะ ที่ตั้ง ตำบลจระเข้หิน และ โคกกระชาย
อำเภอครบุรี ความจุ 416 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ชลประทาน 135,400 ไร่
4. อ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ
- ห้วยเตย ที่ตั้ง ตำบลโนนสมบูรณ์ และสระตะเคียน อำเภอเสิงสางความจุ 102.10 ล้านลูกบาศก์เมตร
พื้นที่ชลประทาน 60,800 ไร่
อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง
1. อ่างเก็บน้ำห้วยซับประดู่
อ.สีคิ้ว ความจุ 28 ล้านลูกบาศก์เมตร
2. อ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยาง
อ.เมืองนครราชสีมา ความจุ 7 ล้านลูกบาศก์เมตร
3. อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร อ.โนนไทย ความจุ 21 ล้านลูกบาศก์เมตร
4. อ่างเก็บน้ำห้วยตะคร้อ อ.คง ความจุ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร
อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก
อ่างเก็บน้ำชลประทานขนาดเล็กที่มีอยู่ในเขตจังหวัดนครราชสีมา มีทั้งสิ้น 473 แห่ง
ประชากรของจังหวัดนครราชสีมา
ร้อยละ 75 มีอาชีพเกษตรกรรม ปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ
ได้แก่ ข้าวนาปี พื้นที่ปลูกข้าวเจ้าจำนวน 3,680,763 ไร่ ข้าวเหนียว 333,282 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่
ข้าวเจ้า 430 กิโลกรัมและข้าวเหนียว 411 กิโลกรัม พืชไร่ที่สำคัญได้แก่ มันสำปะหลัง
เนื้อที่เพาะปลูก 1,351,684 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 3,171 กิโลกรัม รองลงมา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
เนื้อที่เพาะปลูก 958,279 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 667 กิโลกรัม และอ้อย เนื้อที่เพาะปลูก
702,322 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 9,220 กิโลกรัม
การปศุสัตว์
จังหวัดนครราชสีมาเลี้ยงสัตว์มากที่สุด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สัตว์ที่เลี้ยง ได้แก่
โค จำนวน 317,505 ตัว เลี้ยงมากที่อำเภอปากช่อง อำเภอด่านขุนทด และอำเภอสีคิ้ว กระบือจำนวน 61,897 ตัว เลี้ยงมากที่อำเภอบัวใหญ่ อำเภอประทาย
และอำเภอคง และสุกรจำนวน 271,986 ตัว เลี้ยงมากที่อำเภอปากช่อง อำเภอเมือง และอำเภอโชคชัย
สัตว์ปีก ได้แก่ ไก่ มีจำนวนทั้งสิ้น 18,436,576 ตัว เลี้ยงมากที่อำเภอสูงเนิน
อำเภอปากช่อง และอำเภอสีคิ้ว เป็ด มีจำนวนทั้งสิ้น 675,037 ตัว
เลี้ยงมากที่อำเภอ สีคิ้ว อำเภอเมือง และอำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมามีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด
เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง 26,552 ครัวเรือน พื้นที่เพาะเลี้ยง
19,256 ไร่ ปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้ 1,207,785 กิโลกรัม ซึ่งเป็นการเพาะเลี้ยงปลาในบ่อนาข้าวและร่องสวน
ชนิดของปลาที่เพาะเลี้ยงมากที่สุด ได้แก่ ปลาช่อน ปลาดุก ปลาหมอ ปลาตะเพียน ปลานิล
ปลาใน เป็นต้น
การอุตสาหกรรมเหมืองแร่
ในปี พ.ศ. 2544 มีเหมืองแร่สัมปทานที่เปิดทำการแล้ว 40 แห่งชนิดของแร่ที่ผลิตได้มากที่สุด
คือ หินปูน (หินอุตสาหกรรมชนิดก่อสร้าง) จำนวน 1,488,779 ตัน รองลงมา
เกลือหิน จำนวน 870,091 ตัน สำหรับหินปูนและเกลือหิน ผลิตได้มากเป็นอันดับที่ 1
ของประเทศ
การพาณิชยกรรมในปี
พ.ศ.2544 มีผู้จดทะเบียนพาณิชย์ 7,490 ราย เป็นนิติบุคคลจำนวน5,950 ราย การธนาคารใน
ปี พ.ศ.2544 มีธนาคารพาณิชย์ จำนวน 92 แห่ง ธนาคารออมสิน 20 แห่ง รวมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์
245,836.6 ล้านบาท รวม เงินให้กู้ยืมจำนวน 178,929.2 ล้านบาท ในปี
พ.ศ. 2544 จังหวัดนครราชสีมา มีภาษีที่เก็บได้ รวม 1,816.0 ล้านบาท ประเภทภาษีที่เก็บได้มากที่สุด
คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีบุคคลธรรมดาตามลำดับ และที่เก็บได้ต่ำสุด คือ ภาษีการค้า
จากรายงานของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติปรากฏว่าในปี 2542
จังหวัดนครราชสีมา มีมูลค่ารวมผลิตภัณฑ์จังหวัด (GPP) ตามราคาประจำปี 94,324 ล้านบาทและมูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อหัว
(Per Capita GPP) 36,070 บาท รายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ในอันดับที่ 2 ของภาคและอยู่ในอันดับที่
47 ของประเทศ อัตราร้อยละของ
สาขาการผลิตต่าง ๆ ในผลิตภัณฑ์จังหวัดนครราชสีมาปี 2542 ประกอบด้วยสาขาการผลิตต่าง
ๆ ดังนี้
จังหวัดนครราชสีมา
ถือเป็นศูนย์กลางทางด้านการคมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยมีเส้นทางติดต่อกับจังหวัดต่างๆได้อย่างสะดวก
3 เส้นทาง คือ
- ทางรถไฟ
มีขบวนรถโดยสารผ่าน ขึ้น-ล่อง จากกรุงเทพฯ อุบลราชธานี และ กรุงเทพ ฯ
ถึง อุดรธานี
- ทางรถยนต์มีทางหลวงแผ่นดิน
ทางหลวงจังหวัด และถนนสายต่าง ๆ ช่วยให้ประชาชนสามารถเดินทางภายในอำเภอ และระหว่างจังหวัดได้สะดวก
มีเส้นทางการเดินทาง
รถโดยสารประจำทาง
จำนวน 127 เส้นทาง
การสื่อสารในปี พ.ศ. 2544 มีจำนวนชุมสายโทรศัพท์ 42 ชุมสาย จำนวนเลขหมายของ องค์การโทรศัพท์ 79,736 เลขหมาย มีผู้เช่า 69,030 เลขหมาย และจำนวนเลขหมายของบริษัทสัมปทาน 48,980 เลขหมาย มีผู้เช่า 41,131 เลขหมาย การไปรษณีย์โทรเลขมีจำนวน 35 แห่ง จำนวนไปรษณีย์ภัณฑ์ธรรมดา 16,249,587 ฉบับ บริการพิเศษ 2,009,208 ชิ้น พัสดุไปรษณีย์ 98,648 ชิ้น โทรเลข 38,117 ฉบับ การไฟฟ้า ในปี พ.ศ. 2544 มีผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น 511,574 ราย จำหน่ายกระแสไฟฟ้าไฟทั้งสิ้น 2,209,831,372 ยูนิตประปา มีกำลังการผลิต 3,040 ลูกบาศก์เมตร มีจำนวนผู้ใช้น้ำทั้งสิ้น 86,990 ราย
ในปี พ.ศ. 2545 มีการจัดการศึกษาทั้งในระบบโรงเรียน และนอกระบบ จำนวนทั้งสิ้น 1,577 สถานการศึกษา มีจำนวนห้องเรียน 18,210 ห้องเรียน มีจำนวนครู 22,196 คน มีจำนวนนักเรียน 461,789 คน มีอัตราส่วนครู 1 คน ต่อนักเรียน 21 คน และ 1 ห้องเรียน ต่อนักเรียน 25 คน การสาธารณสุข ในปี พ.ศ. 2544 มีโรงพยาบาลทั้งหมด 42 แห่ง โดยเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล 29 แห่ง เอกชน 12 แห่ง และประเภทบริการเฉพาะโรค 1 แห่ง มีสถานีอนามัย 345 แห่ง และคลินิก 436 แห่ง มีจำนวนเตียงคนไข้ 4,270 เตียง มีจำนวนแพทย์ 225 คน มีจำนวนทันตแพทย์ 22 คน จำนวนพยาบาล 2,000 คน จำนวนผู้ป่วยใน 97,471 คน และผู้ป่วยนอก 657,763 คน จังหวัดนครราชสีมามีสตรีสมรสในวัยเจริญพันธุ์ จำนวน 265,212 คน ใช้วิธีคุมกำเนิดจำนวน 233,166 คน อัตราคุมกำเนิดร้อยละ 87.9
ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ในปี พ.ศ. 2545 มีวัดจำนวน 2,037 แห่ง สำนักสงฆ์จำนวน 502 แห่ง โบสถ์คริสต์จำนวน 22 แห่ง และมัสยิด 4 แห่ง มีพระภิกษุจำนวน 14,812 รูป และสามเณรจำนวน 3,232 รูป จังหวัดนครราชสีมา มีศูนย์วัฒนธรรมตั้งอยู่ในสถาบันราชภัฏจังหวัดนครราชสีมา ทำการส่งเสริมวัฒนธรรมพื้นบ้าน ได้แก่ ภาษาโคราช และเพลงโคราช เป็นต้น จังหวัดนครราชสีมา มีขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญที่นิยมปฏิบัติสืบทอดกันกันมาแต่โบราณถึง ปัจจุบัน คือ
1. งานฉลองวันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายนทุก ๆ ปี มีวางการพวงมาลา และบวงสรวงวิญญาณของท้าวสุรนารี มีขบวนแห่ของกลุ่มมวลชน นอกจากนั้นก็มีการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และการประกวดผลิตผลการเกษตร การประกวดธิดาท้าวสุรนารี การแสดงละครกลางแจ้ง เกี่ยวกับประวัติวีรกรรมท้าวสุรนารี
2. งานแข่งเรือยาวประเพณีพิมาย กำหนดวันเสาร์ - อาทิตย์ ถัดไปจากเทศกาลออกพรรษาทุกปีที่ลำน้ำมูล เมื่อถึงเทศกาลออกพรรษา ชาวบ้านจะร่วมกันทำบุญทอดกฐิน และมีการแข่งเรือยาวเพื่อเสริมสร้าง ความรัก ความสามัคคี ระหว่างคนท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีการประกวดขบวนพาเหรด(แฟนซี) ด้วย
โบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์
1. อนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2477 ตั้งอยู่หน้าประตูชุมพล อยู่ในเขตเทศบาลเป็นรูปหล่อทองแดงรมดำ สูง 1.85 เมตร หนัก 325 กิโลกรัม เป็นรูปท้าวสุรนารี แต่งด้วยเครื่องยศที่ได้รับพระราชทาน มือขวาถือดาบ มือซ้ายท้าวสะเอว หันหน้าไปทางทิศตะวันตก มีงานจัดเฉลิมฉลองในวันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน เป็นประจำทุกปี
2. ประตูชุมพล ตั้งอยู่ที่กำแพงเมืองด้านทิศตะวันตก หลังอนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารี ก่อด้วยอิฐก้อนใหญ่ เป็นรูปเชิงเทียน เหนือกำแพงมี หอรบ ทำด้วยไม้แก่น หลังคามุงกระเบื้อง อยู่ในเขตเทศบาลเมือง
3. ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สร้างสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตั้งอยู่ที่ตำบลในเมืองอำเภอเมือง
4. ศาลเจ้าพ่อช้างเผือก เป็นศาลเจ้าสร้างครอบหลักตะเคียนหิน ศาลปัจจุบันตั้งอยู่ริมเมืองด้านทิศเหนืออยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง
5. วัดศาลาลอย อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นวัดที่มีอุโบสถ์เป็นแบบสุโขทัย เป็นลักษณะศิลปประยุกต์ สร้างเป็นรูปกำแพงโต้คลื่น ใช้วัสดุพื้นเมือง (กระเบื้องดินเผาของด่านเกวียน) และได้รับรางวัลแบบสถาปัตยกรรมดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยาม
6. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ สมเด็จมหาวีรวงษ์ เป็นพิพิธภัณฑ์สถานตั้งอยู่ในวัดสุทธจินดาตรงข้ามศาลากลางจังหวัด มีพระพุทธรูปศิลาสมัยขอม สมัยอยุธยา เครื่องเคลือบดินเผาต่าง ๆ เครื่องใช้สมัยโบราณ และไม้แกะสลัก
7. ปราสาทหินพนมวัน ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง 18 กิโลเมตร ตามถนนนครราชสีมา-หนองคาย ข้ามทางรถไฟ กรุงเทพมหานคร - หนองคาย ประมาณ 6 กิโลเมตร ปราสาทตั้งอยู่ในบริเวณวัด มีลักษณะคล้ายปราสาทหินพิมาย แต่มีขนาดเล็กกว่า เรียกประสาทนี้ว่า เทวศรม สร้างเป็นปรางค์และวิหารมีทางเดินติดต่อกันเป็นรูปสี่เหลี่ยม และมีซุ้มประตูด้านละซุ้ม อยู่ที่ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง
8. ปราสาทหินพิมาย ตั้งอยู่ในเขตอำเภอพิมาย ห่างจากจังหวัดไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นระยะทาง 50 กิโลเมตร สร้างด้วยหินทรายและศิลาแดง มีประตูล้อมไว้สี่ด้าน และรอบประตูแต่ละทิศเป็นภาพเกี่ยวกับพุทธศาสนา ลัทธิหินยาน สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 6 มหาราช องค์สุดท้ายของขอม
9. ดินด่านเกวียน ในสมัยโบราณเป็นที่พักของเกวียนค้าขายระหว่างโคราช - เขมร มีแม่น้ำมูลไหลผ่านชุมชนโบราณใช้ดินแถบแม่น้ำมูลมาปั้นเป็นภาชนะใช้สอย อยู่ในตำบลด่านกวียน อำเภอโชคชัย
10. พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ตั้งอยู่ในบริเวณหน่วยศิลปากรที่ 6 อำเภอพิมาย มีศิลปวัตถุสมัยขอมเป็นศิลาจารึก เทวรูปพระพุทธศิวลึงค์และศิลาทับหลัง กับชิ้นส่วนประกอบ
สถาปัตยกรรม ซึ่งหน่วยศิลปากรที่ 6 ได้เก็บรวบรวมมาจากสถานที่ต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
11. ปรางค์กู่บ้านสีดา อยู่ที่บ้านสีดา อำเภอบัวใหญ่ เป็นปรางค์กู่รูปสี่เหลื่อม สร้างด้วยหินศิลาแลงสี่เหลี่ยมวางก่อฐานจนยอดปรางค์ ตัวกู่ปิดมิดทั้งสี่ด้าน
12. ปรางค์กู่ อยู่ที่บ้านดอนตะหนิน อำเภอบัวใหญ่ เป็นปรางค์กู่ฐานสี่เหลี่ยม สร้างด้วยศิลาแลงก้อนสี่เหลี่ยมจนจดยอดปรางค์ ตัวกู่ปิดมอดทั้งสี่ด้าน
13. ปราสาทหินนางรำ ในปราสาทนี้มีเทวรูปนางรำ ประทับอยู่คู่กับปราสาท ตั้งอยู่ในตำบลนางรำ อำเภอประทาย
14. ทุ่งสัมฤทธิ์ อยู่ที่อำเภอพิมาย เป็นบริเวณที่คุณหญิงโมตีกองทัพลาวแตกพ่าย
15. บ่อไก่ อยู่ที่ล้านสีดา อำเภอบัวใหญ่ ลักษณะเป็นอ่างหินกลมคล้ายกับกะทะปากกว้างประมาณ 2 เมตร ตามปกติไม่มีน้ำขังอยู่
16. พระนอนหินทรายเมืองเสมา หรือพระนอนคลองขวาง และเสมาธรรมจักร ซึ่งสร้างด้วยศิลา เป็นศิลปะแบบทวารวดี อยู่ที่วัดธรรมจักรเสมาราม บ้านคลองขวาง หมู่ที่ 3 ตำบลเสมา ห่างจากที่ว่าการอำเภอสูงเนิน ประมาณ 7.5 กิโลเมตร
17. ปราสาทหินเมืองเก่า เป็นเทวสถานของศาสนาพราหมณ์ สร้างด้วยศิลาแลงและศิลาแดง อยู่ที่วัดบ้านเมืองเก่า หมู่ที่ 1 ตำบลโคราช ห่างจากที่ว่าการอำเภอสูงเนิน ประมาณ 5 กิโลเมตร
18. ปราสาทหินเมืองแขกและปราสาทหินโนนกู่ อยู่ในบริเวณตำบลโคราช ห่างจากที่ว่าการอำเภอสูงเนิน ประมาณ 3 กิโลเมตร
19. ปรางค์บึงคำ ปรางค์จำปาทอง ปรางค์หนองหอย อยู่เชิงเขาตะกุดรัง ตำบลสะแกราช อำเภอปักธงชัย และตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว ห่างจากที่ตั้งอำเภอ ประมาณ 13 กิโลเมตร
20. ปรางค์นาแค อยู่ในท้องที่ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร
21. ปรางค์บ้านปรางค์ อยู่ในท้องที่ตำบลสำโรง อำเภอปักธงชัย ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 9 กิโลเมตร
22. วัดพระยาคอหัก อยู่ที่บ้านท่าแดง ตำบลตูม ห่างจากที่ตั้งอำเภอปักธงชัย 11 กิโลเมตร
23. โนนหิน ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลสำโรง อำเภอปักธงชัย อำเภอปักธงชัย ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ประมาณ 9 กิโลเมตร
24. บานประตูหอไตรเป็นบานประตูลายรดน้ำฝีมือช่วงสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อยู่ที่หน้าวัดพระธาตุ บ้านตะคุ หมู่ที่ 1 ตำบลตะคุ ห่างจากที่ตั้งอำเภอประมาณ 4 กิโลเมตร
25. ภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ในสำนักสงฆ์เขาจันทร์งาม เขตบ้านเลิศสวัสดิ์ ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว ห่างจากถนนมิตรภาพเข้าไปราว 4 กิโลเมตร เป็นภาพเขียนสีลงผนังถ้ำ ขนาดใหญ่ ที่งามที่สุดแห่งหนึ่ง แสดงเรื่องราววิถีชีวิตของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีอายุในราว 3,000 - 4,000 ปีมาแล้ว
26. ชุมชนโบราณบ้านปราสาท ไปตามเส้นทางสายมิตรภาพ ช่วงระหว่าง นครราชสีมา - ขอนแก่น เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 44 จะมีทางแยกซ้ายมือบอกเส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านปราสาท เป็นถนนเล็กๆตัดผ่านทุ่งนา ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ ก็จะถึงบ้านปราสาทใต้ หมู่ที่ 7 ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง ในอดีตเป็นที่ตั้งชุมชนโบราณ จากหลักฐานการขุดค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ฝังเรียงรายทับซ้อนกันเป็นระดับเรื่อยลงไป ประกอบกับสิ่งของเครื่องใช้เครื่องประดับที่ฝังรวมกับศพ เชื่อว่าชุมชนแห่งนี้มีอายุในราว 2,500 - 4,000 ปีล่วงมาแล้ว
27. ภาพแกะสลักหินในถ้ำวัวแดง ตั้งอยู่ที่เขาถ้ำวัวแดง บ้านเฉลียง หมู่ที่ 2 ตำบลเฉลียงอำเภอครบุรี ลักษณะเขาถ้ำวัวแดงสูงประมาณ 30 เมตร ผนังถ้ำแกะสลักเป็นรูปโคอุศภราช และแกะสลักเทวรูป (ทหาร) บริเวณทั่วไปในปัจจุบันนี้จัดเป็นพุทธสถาน มีการสร้างพระพุทธรูปประทับยืน 3 องค์ และยังเป็นที่ตั้งสำนักสงฆ์วัดถ้ำวัวแดงอีกด้วย
28. ปรางค์ครบุรี ตั้งอยู่ที่บ้านครบุรี หมู่ที่ 6 อำเภอครบุรี ลักษณะของปรางค์ ก่อสร้างด้วยหินศิลาแลง ขนาดกว้าง 10 วา ยาว 20 วา มีกำแพงล้อมรอบทั้งสี่ด้าน และมีสระน้ำนอกกำแพงด้านทิศเหนือ จากหลักฐานที่พบสันนิษฐานว่าปรางค์ครบุรี คงสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในพุทธศตวรรษที่ 16
29. ปรางค์พะโค ตั้งอยู่ที่อำเภอโชคชัย เป็นเทวสถานในศาสนาพราหมณ์ ก่อตัวด้วยหินทรายปนอิฐตามแบบศิลปกรรมเขมร ช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 - 16
30. ปราสาทหินถนนหัก ตั้งอยู่ที่อำเภอหนองบุนนาก จังหวัดนครราชสีมา เป็นเทวสถานในศาสนาพราหมณ์ ลัทธิไวษณพนิกาย ก่อด้วยหินทรายศิลาแลงตามแบบศิลปกรรมเขมร ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 - 17
31. ปรางค์บ้านปรางค์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านปรางค์ อำเภอคง เป็นเทวสถานในศาสนาพราหมณ์ก่อสร้างด้วยศิลาแลงปนหินทรายตามแบบศิลปกรรมเขมร ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 - 17
32. แหล่งหินตัด บ้านมอจะบก ตั้งอยู่ที่หลักกิโลเมตรที่ 205 ริมถนนมิตรภาพ บริเวณบ้านมอจะบก อำเภอสีคิ้ว เป็นแหล่งหินตัดหินทรายเพียงแหล่งเดียวในเขตจังหวัดนครราชสีมาสันนิษฐานว่าเป็นแหล่งหินตัดที่นำไปสร้างปราสาทต่างๆ ในเขตจังหวัดนครราชสีมา ช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 - 17
1. วนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ตั้งอยู่ที่อำเภอปากช่อง และยังอยู่ในเขตพื้นที่ของอีก 3 จังหวัดคือ นครนายก สระบุรี
และปราจีนบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของ
ไทยที่ได้รับการยกย่องและได้รับเหรียญสดุดี พร้อมเงินรางวัล 50 ดอลล่าร์ จากที่ประชุมอุทยานแห่งชาติของโลก
ครั้งที่ 2 ณ อุทยานแห่งชาติเยลโลสโตนสหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2525 ในฐานะที่เป็นอุทยานแห่งชาติซึ่งดำเนินงานได้ตรงตามเป้าหมาย
นอกจากนี้ยังเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งเดียวในโลก ที่มีนกเงือกมารวมกันเป็นจำนวนมาก
ในเดือน สิงหาคมและเดือน กันยายน ทุกปี ได้รับอนุมัติให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่
7 ตุลาคม 2502 และมีน้ำตกหลายแห่ง เช่น ตกกรองแก้ว น้ำตกผากล้วยไม้ น้ำตกเหวสุวัต
น้ำตกเหวนรก น้ำตกไม้ปล้อง เป็นต้น
2.
น้ำตกมวกเหล็ก อยู่ที่อำเภอปากช่อง และอยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดสระบุรี มีลำธารน้ำตกใสสะอาดไหลอยู่ตลอดเวลา
มีร่มไม้และสวนดอกไม้งดงามเหมาะแก่ การพักผ่อนชมทิวทัศน์ธรรมชาติ หรือลงเล่นน้ำ
มีร้านอาหารตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก
3.
น้ำตกปักธงชัย อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 55 กิโลเมตร โดยนั่งรถยนต์ไปถึงเขื่อนลำพระเพลิง
แล้วนั่งเรือไปอีก 2.2 กิโลเมตร บริเวณน้ำตกมีลักษณะ
เป็นโขดหินสลับซับซ้อน น้ำจะตกลงมาจากหน้าผาหลายชั้น แต่จะมีน้ำไหลเฉพาะหน้าฝนตลอดระยะเวลาที่นั่งเรือจากตัวเขื่อนลำพระเพลิงไปยังน้ำตก
จะได้ชมทิวทัศน์ของ
อ่างเก็บน้ำซึ่งมีทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำ และมีทิวเขาอยู่ทั้งสองฝั่งสวยมาก
4.
น้ำตกวะภูแก้ว อยู่ในเขตอำเภอสูงเนิน แยกลงไปจากถนนมิตรภาพที่ตำบลมะเกลือ ใหม่
ไปอีกประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นที่ลาดชันไม่มาก แต่มีความกว้างของ
ทางน้ำไหลน่าเล่นมากและจะมีน้ำเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น
5.
อ่างเก็บน้ำลำตะคอง เป็นโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ อยู่ริมถนนมิตรภาพบริเวณตำบลลาดบัวขาว
อำเภอสีคิ้ว เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2507 เสร็จในปี พ.ศ. 2515 ในเงินงบประมาณ 249
ล้านบาท จุน้ำได้ 310 ลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำไปยังพื้นที่นาได้ 238,000 ไร่
เป็นสถานที่ร่มรื่นขนานด้วยทางรถไฟ และทางรถยนต์ มีธรรมชาติที่สวยงามเหมาะที่จะไปเที่ยวชมอย่างยิ่ง
6 . อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อยู่ในเขตอำเภอปักธงชัย เป็นสถานที่ร่มรื่นมากอีกแห่งหนึ่ง
เหมาะที่จะไปเที่ยวพักผ่อนอารมณ์ ด้วยการชมธรรมชาติของปลาและลำน้ำ โดยการนั่งเรือเที่ยวตลอดจนเล่นสกี
7.
ไทรงาม (อำเภอพิมาย) เป็นต้นไทรขนาดใหญ่ซึ่งงดงามมาก มีอายุประมาณ
350 ปี เหมาะกับการพักผ่อนชมทิวทัศน์ ตั้งอยู่ฝั่งแม่น้ำมูล ห่างจากที่ว่าการอำเภอพิมาย
2 กิโลเมตร เชื่อกันว่าเป็นไทรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์
8.
อ่างเก็บน้ำซับประดู่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ถนนมิตรภาพ ตำบลมิตรภาพ อำเภอสีคิ้ว เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่
เหมาะสำหรับการพักผ่อน และการเล่นกีฬาทางน้ำ เช่น วินเซิร์บ ตกปลา นอกจากนี้ยังมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวพักค้างคืนได้
- สวนสัตว์นครราชสีมา
ลักษณะเป็นแบบซาฟารี พื้นที่ 545 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ตำบลไชยมงคล อำเภอเมือง ถนนสายนครราชสีมา
- ปักธงชัย
ระยะทาง 18 กิโลเมตร
- อุทยานไม้กลายเป็นหิน
ตั้งอยู่ที่บ้านโกรกเดือนห้า หมู่ 7 ตำบลสุรนารี อำเภอเมือง เส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า
50 เซนติเมตร กว้างกว่า 1 เมตร จำนวนกว่า 10,000 ชิ้น
อายุประมาณ 1 - 70 ล้านปี จะจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกทวีปเอเชีย
- ศูนย์วัฒนธรรมผ้าไหมปักธงชัย
อยู่ในเขตตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย ผ้าไหมและสินค้าหัตถกรรมอื่น ๆ จากผลผลิตของหมู่บ้านทอผ้าปักธงชัย